กราดยิงโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ใช้ปืน CZ 75 เยาวชนผู้ก่อเหตุเข้าถึงได้อย่างไร? “ผู้เชี่ยวชาญ” คาดเป็นปืนมีทะเบียน-ดูแลรักษาดี เตือนผู้ปกครองดูแลบุตรหลานใกล้ชิด

จากเหตุการณ์กราดยิงที่เกิดขึ้นในเช้าวันที่ 7 ส.ค 69 ภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ จ.นนทบุรี ที่สร้างความหวาดกลัวกับเด็กนักเรียนและบุคลากรในโรงเรียน และสะเทือนใจประชาชนชาวไทย

ข้อมูล ณ 11.00 น. มีรายงานว่า ผู้ก่อเหตุเป็นนักเรียนชั้น ม.3 โดยยิงครูและนักเรียนเสียชีวิตหลายราย ก่อนจบชีวิตตัวเอง เบื้องต้นเสียชีวิต 7 ราย (ครู 3 นักเรียน 3 ผู้ก่อเหตุ 1 ราย) บาดเจ็บอย่างน้อย 15 ราย ขณะที่ล่าสุดข้อมูล ณ 13.00 น. พบว่า เยาวชนผู้ก่อเหตุได้ยิงปู่และย่าเสียชีวิตที่บ้านพัก ก่อนไปก่อเหตุสลดที่โรงเรียน 

เหตุการณ์นี้ทำให้เกิดการตั้งคำถามว่า เยาวชนอายุเพียงเท่านี้ ทำไมถึงมีอาวุธปืนในครอบครองและทำไมถึงมีทักษะในการใช้ปืนได้

ทีมข่าวเฉพาะกิจPulseWireออนไลน์ ได้สอบถามไปยัง นายมนตรี ตันใจซื่อ ผู้เชี่ยวชาญอาวุธปืน ถึงกรณีเกี่ยวกับความเป็นมาของปืนและลักษณะของรุ่นปืนที่ใช้และการที่เยาวชนนำอาวุธปืนมาใช้ในเหตุการณ์กราดยิง

คาดอาวุธปืนก่อเหตุมีทะเบียน 

นายมนตรี เผยว่า ปืนที่ใช้ก่อเหตุเป็นปืนออโต้ ยี่ห้อ CZ ขนาด 9 มม. เป็นปืนยอดนิยมที่สามารถใช้ได้ทั่วไป ตัวปืนเป็นเหล็กล้วน เป็นปืนแถวคู่ที่สามารถบรรจุกระสุนได้ 14 นัด แต่จากที่เกิดเหตุ มีการพกกระสุนสำรองมาด้วย ตัวอาวุธปืนนี้ไม่ได้ต้องมีการระบุว่าต้องใช้เพียงแค่ในราชการเท่านั้น ประชาชนทั่วไปก็สามารถครอบครองปืนนี้ได้ แต่คาดว่าปืนที่ใช้ก่อเหตุอาจปืนสวัสดิการ มีเลขทะเบียนครอบครอง แต่ก็ต้องทำการเช็กดูก่อนว่ามีชื่อใครเป็นเจ้าของปืนนี้ เพราะจากตัวลักษณะของปืน ดูเหมือนว่าจะเป็นปืนที่ถูกดูแลรักษามาอย่างดี

เบื้องต้นคาดว่า ปืนที่ใช้ในการก่อเหตุอาจจะเป็นของปู่ ซึ่งยังไม่สามารถฟันธงได้ว่าทำไมเด็กถึงมีความสามารถในการใช้อาวุธปืน แต่ปืนนี้เด็กก็สามารถใช้งานได้เพราะปืนรุ่นนี้มีแรงถีบระดับปานกลาง

ฝากผู้ปกครองเข้มดูแลบุตรหลาน

นายมนตรี ได้ฝากถึงผู้ปกครองว่า อยากให้มีการดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด คอยสังเกตพฤติกรรมดูว่า ลูกหลานกำลังพบเจอหรือต้องเผชิญกับปัญหาสังคมเพื่อนที่โรงเรียนหรือคุณครูหรือไม่ อยากให้คุณพ่อคุณแม่ต้องหันมาใส่ใจในตัวเด็กๆกันมากขึ้น

ในกรณีที่ผู้ปกครองมีอาวุธปืนในครอบครอง ก็ควรจะต้องมีพื้นที่เก็บให้ดีกว่านี้ ให้ลูกหลานเข้าถึงอาวุธปืนได้ยากมากที่สุด เพื่อป้องกันการเกิดเหตุการณ์แบบนี้ซ้ำอีกครั้ง เพราะเมื่อใดที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ ผู้ปกครองต้องเป็นคนรับผิดชอบ เพราะเหตุแบบนี้มักจะต้องมีผู้เคราะห์ร้ายอยู่เสมอ